มาตรการคลายล็อกดาวน์ แต่ยังไม่เลิกเคอร์ฟิว

มาตรการคลายล็อกดาวน์

หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) ประกาศผ่อนคลาย มาตรการคลายล็อกดาวน์ ตั้งแต่วันที่ 1กันยายนที่ผ่านมา เพราะเห็นว่าสถานการณ์การติดเชื้อของประชาชนในประเทศไทยเริ่มมียอดการติดเชื้อที่นิ่งและลดลงในระดับหนึ่ง เพื่อการฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจที่ซบเซาลงไปจากมาตราการล็อกดาวน์ไปกว่า 2เดือนที่ผ่านมาจากการสั่งปิดกิจการ ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ จึงมีแนวคิดในการให้ประชาชนสามารถออกมาทำกิจกรรมได้โดยต้องปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

มาตรการคลายล็อกดาวน์

ถึงศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) จะผ่อนปนมาตรการคลายล็อกดาวน์ให้ประชาชนสามารถดำเนินการและการทำกิจกรรมบางอย่างแล้ว แต่ก็ยังกำหนดแนวทางในการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในกับประชาชน มี 2มาตรการหลัก คือ

  • มาตรการแบบครอบจักรวาล(Universal Prevention) คือ มาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคลขั้นสูงสุด คือการดูแลตัวเองตลอดเวลาโดยให้คิดว่าทุกคนและตัวเราเองเป็นผู้ติดเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้กับทุกคนรวมถึงคนในครอบครัว
  • มาตรการองค์กร ปลอดโควิด(Covid-free setting) คือ การจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบการระบายอากาศที่ดีในองค์กร การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด ทั้งการล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม การฉีดวัคซีน ของพนักงานและผู้ให้เข้ามารับการบริการ ที่จะต้องเป็น COVID Free คือ คนได้ฉีดวัคซีนครบ 2เข็ม หรือคนที่เคยติดเชื้อโควิด-19มาแล้ว 1-3เดือน และคนที่มีผลตรวจ ATK ว่าไม่มีผลการติดเชื้อโควิด-19
มาตรการคลายล็อกดาวน์

แม้ว่าจะมีแนวทางในการปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดภายใต้มาตราคลายล็อกดาวน์ตามที่กำหนด ทางรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่วางใจในสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ยังคงมาตรการการปรับระดับของพื้นที่ในการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็น 3ระดับ คือ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุมเช่นเดิม พร้อมกับอัพเดตมาตราป้องกันควบคุมโควิด-19 ตามสถานการณ์ของการแพร่ระบาดต่อไป ซึ่งมีการอัพเดตจังหวัดที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1กันยายน

มาตรการคลายล็อกดาวน์

นอกจากนี้ยังมีมาตรการที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และต้องปฏิบัติตาม คือ มาตรการ work from home (การทำงานที่บ้านหรือสถานที่พักพิง) และมาตรการเคอร์ฟิว (ห้ามออกจากเคหสถาน ตั้งแต่ 21.00 – 04.00 น.) เฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 30 กันยายน

จากการ มาตรการคลายล็อกดาวน์ ก็ทำให้เห็นผลตอบรับที่ดี เพราะประชาชนได้ของมาเปิดกิจการ ร้านค้า ร้านอาหารกันได้มากขึ้น ที่ทำให้ประชาชนมีรายได้และยังสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนได้มาก ซึ่งเป็นสัญญาณในการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจที่ดี เราทุกคนจึงต้องตระหนักในการปฏิบัติตนและร่วมมือในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19ให้อย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพที่ดีและประโยชน์ของตนเองและประเทศ